พระรามราชนิเวศน์

ความงดงามของพระราชวังบ้านปืนหรือพระรามราชนิเวศน์หลังนี้ ปรากฏผ่านละครโทรทัศน์ชื่อดังในบ้านเราหลายต่อหลายครั้งด้วยความวิจิตรทางสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายอันคลาสสิก ทำให้ที่แห่งนี้ถูกใช้เป็น ฉากสำคัญของละครย้อนยุคอยู่เสมอ และทุกคนที่เคยมีโอกาสมาชมพระราชวังแห่งนี้ด้วยตาของตัวเองสักครั้งจะรู้สึกได้เลยว่าความงามตรงหน้าที่ได้เห็นนั้นช่างสมคำร่ำลือยิ่งนัก

เมืองฟ้าแดดสงยาง

“เมืองฟ้าแดดสงยาง” หรือที่เรียกเพี้ยนเป็น “ฟ้าแดดสูงยาง” บางแห่งเรียก “เมืองเสมา” เนื่องจากแผนผังของเมืองมีรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณที่มีคันดินล้อมรอบ 2 ชั้น ความยาวของคันดินโดยรอบประมาณ 5 กิโลเมตร คูน้ำจะอยู่ตรงกลางคันดินทั้งสอง จากหลักฐานโบราณคดีที่ค้นพบทำให้ทราบว่ามีการอยู่อาศัยภายในเมืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และได้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นในสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 13-15

สะพานมอญ

สะพานที่ร้อยดวงใจของชาวมอญอำเภอสังขละบุรีเข้าไว้ด้วยกัน เพราะเป็นสะพานไม้ที่พวกเขาร่วมแรงร่วมใจ สร้างกันขึ้นมาเพื่อข้ามลำน้ำซองกาเลีย โดยมีหลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการามผู้กุมศรัทธาของชาวสังขละบุรีเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของการสร้างสะพานไม้แห่งนี้ ที่นี่จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “สะพานอุตตมานุสรณ์” และไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรีเท่านั้น

อีเกิ้ล แทรค ซิปไลน์

โลดโผนโจนทะยานกลางผืนป่าดิบชื้น ที่ผ่านน้ำตกและพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้าน ไปกับ อีเกิ้ล แทรค ซิปไลน์ (Eagle track zipline) ที่จัดเตรียมกิจกรรมไว้ให้นักผจญภัยมากมาย อย่างเช่น กิจกรรมโหนลวดสลิงกลางอากาศ ผ่านทุ่งนาขั้นบันได ป่า และน้ำตก กิจกรรมโรยตัว ปีนป่ายบันไดม้ง สะพานซิกแซก ท้าทายความสูงที่ให้ทั้งความสนุก และความหวาดเสียวไปพร้อมๆ กัน

พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านโป่งมะนาว

ร่องรอยความเจริญของมนุษย์ในยุคบ้านเชียงตอนปลายยังมีให้พบเห็นได้จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดพบ ณ พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านโป่งมะนาว สิ่งที่ค้นพบและนำมาจัดแสดงให้ชมกันนั้นมีทั้งที่ฝังศพขนาดใหญ่ โครงกระดูกมนุษย์ทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ โดยโครงกระดูกแต่ละโครงมีสิ่งของเครื่องใช้ถูกฝังเป็นเครื่องเซ่น ตลอดจนโบราณวัตถุมีค่าต่างๆ เช่น ภาชนะดินเผา ขวานหินขัด เครื่องมือเหล็ก ลูกปัดหินและลูกปัดแก้ว กำไลข้อมือทำจากเปลือกหอยทะเล

เสาชิงช้า

ในอดีตเสาชิงช้าคือใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครหรือเรียกว่า“สะดือเมือง” โดยถูกกำหนดขึ้นตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ตั้งของเทวสถานและโบสถ์ ในศาสนาพราหมณ์ รวมทั้งเสาชิงช้าด้วย ทำให้ “เสาชิงช้า” กลายมาเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของกรุงเทพมหานครมาจนถึงปัจจุบัน โดยเสาชิงช้าที่ว่านี้ เป็นเสาไม้ขนาดใหญ่สีแดง

หาดแสนสุขลำปำ

คงไม่มีความสุขใดจะแสนสุขเท่ากับการได้มาพักผ่อนหย่อนใจบนชายหาดแห่งนี้ ด้วยเป็นหาดทรายที่รื่มรื่นไปด้วยทิวสนเรียงรายริมฝั่งทะเลสาบสงขลา มองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบสงขลาที่มีเสน่ห์ด้วยเกาะน้อยใหญ่ดูน่าตื่นตา สักการะ พระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ในฉลองพระองค์โจงกระเบนประดิษฐานเด่นเป็นสง่าอยู่ริมชายฝั่งด้านซ้ายมือ ซึ่งครั้งหนึ่งพระองค์เคยเสด็จมาประทับแรม ณ ที่แห่งนี้

ศาลพ่อตาหินช้าง

หากขับรถสัญจรไปมาบนถนนเพชรเกษมที่มุ่งหน้าสู่จังหวัดชุมพรนั้น จะมองเห็นร้านจำหน่ายผลไม้เรียงรายริม ถนนเต็มไปหมด ซึ่งนั่นคือสัญญาณว่าคุณได้เดินทางมาถึงศาลพ่อตาหินช้างแล้ว ที่นี่เป็นที่ประดิษฐาน หินรูปช้างอันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพสักการะของผู้เดินทางโดยเฉพาะคนขับรถบรรทุกหรือ รถประจำทางมักแวะมาสักการะพร้อมกับจุดประทัดถวายพ่อตาหินช้าง หรือใช้วิธีบีบแตรเพื่อแสดงถึงความเคารพ

อนุสาวรีย์สุนทรภู่

อนุสาวรีย์แห่งกวีเอกผู้เป็นตำนานของเมืองไทย ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงสุนทรภู่ กวีในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้สร้างสรรค์บทประพันธ์อันทรงคุณค่ามากมาย และกล่าวกันว่าจังหวัดระยองนั้นคือบ้านเกิดของบิดาของศิลปินเอกท่านนี้นั่นเอง อนุสาวรีย์แห่งนี้เปิดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 บริเวณโดยรอบน่าสนใจด้วยการจัดแสดงรูปปั้นของตัวละครเอกจากวรรณคดีชื่อก้องเรื่องพระอภัยมณี และในวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี เกิดมาจากการที่กรมศิลปากรได้ตั้งฐานปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำขึ้นที่ท่าแฉลบ และตั้งศูนย์การอนุรักษ์โบราณวัตถุใต้ทะเลขึ้นที่แห่งนี้ ด้วยความที่มีโบราณวัตถุใต้ทะเลอยู่เป็นปริมาณมากนับหมื่น ๆ ชิ้น กรมศิลปากรจึงดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี ขึ้นในปี พ.ศ. 2537 บริเวณค่ายเนินวง ตำบลบางกะจะ ออกแบบเป็นอาคารแฝด 2 ชั้น